หลายรัฐในสหรัฐฯ เลิกบังคับสวมหน้ากากอนามัยกันโควิด-19 แม้ผู้ป่วยยังพุ่งสูง


6 มี.ค. 2564, 15:51

หลายรัฐในสหรัฐฯ  เลิกบังคับสวมหน้ากากอนามัยกันโควิด-19 แม้ผู้ป่วยยังพุ่งสูง



6 มี.ค. 64 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน หลายรัฐของสหรัฐฯ ประกาศแผนการยกเลิกคำสั่งสวมหน้ากากอนามัย แม้ว่าจำนวนผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) รายใหม่ทั่วประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง และเผชิญการติดเชื้อชนิดกลายพันธุ์เพิ่มขึ้น ทำให้มีเสียงวิจารณ์จากคณะผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจำนวนมาก



เมื่อวันอังคาร (2 มี.ค.) ผู้ว่าการรัฐเท็กซัสและมิสซิสซิปปีประกาศว่าจะยกเลิกคำสั่งสวมหน้ากากอนามัยและเปิดพรมแดนรัฐอีกครั้ง เพื่อให้ธุรกิจต่างๆ สามารถกลับมาดำเนินการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ขณะที่ผู้ว่าการรัฐแอละแบมาประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี (4 มี.ค.) ว่าจะยกเลิกคำสั่งสวมหน้ากากอนามัยในอีกราว 1 เดือน โดยตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. เป็นต้นไป การสวมหน้ากากอนามัยจะเป็น “เรื่องของความรับผิดชอบส่วนบุคคล ไม่ใช่คำสั่งของรัฐบาล”

ขณะเดียวกันผู้ว่าการรัฐไอโอวาและมอนทานาประกาศในเดือนนี้ว่าจะยกเลิกมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมและการสวมหน้ากากอนามัย เช่นเดียวกับรัฐนอร์ทดาโกตาที่คำสั่งบังคับสวมหน้ากากอนามัยได้สิ้นสุดลงเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังเริ่มบังคับใช้มาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีก่อน โดยทางการไม่ได้ขยายเวลาข้อบังคับดังกล่าวเนื่องจากจำนวนผู้ป่วยและผู้ที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเริ่มลดลง พร้อมอนุญาตให้บัญญัติกฎระเบียบการด้านความปลอดภัยในพื้นที่


รายงานระบุว่ารัฐข้างต้นเหล่านี้ยกเลิกข้อบังคับสวมหน้ากากอนามัยเป็นจำนวนมากว่ารัฐอื่นๆ กว่า 10 แห่งที่ไม่เคยบังคับสวมสิ่งปิดคลุมใบหน้า โดยการตัดสินใจของหลายรัฐเกิดขึ้นขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) ออกมาประกาศเตือนถึงความชะล่าใจในการเผชิญกับโรคโควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์ที่กำลังอุบัติขึ้น ซึ่งสร้างความกังวลและเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เรียกการยุติการสวมหน้ากากอนามัยครั้งนี้ว่าเป็น “ความผิดพลาดครั้งใหญ่”

“จำนวนผู้ป่วยในประเทศกำลังลดระดับลงในอัตราที่เป็นไปได้ว่าจะกลับมาพุ่งสูงอีกครั้ง” โรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการศูนย์ฯ แถลง พร้อมเสริมว่าโรคโควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในสหราชอาณาจักร หรือสายพันธุ์บี.1.1.7 (B.1.1.7) “พร้อมที่จะช่วงชิงความสำเร็จของเราไปอยู่ตลอดเวลา” และเน้นย้ำว่า “เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างทางสังคม และปฏิบัติตนให้ถูกวิธีเพื่อปกป้องสุขภาพของตนเอง”

ด้านแอนโธนี เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อชั้นนำของสหรัฐฯ กล่าวว่าการตัดสินใจของผู้ว่าการรัฐในการยกเลิกมาตรการข้อจำกัดต่างๆ นั้น “เป็นเรื่องที่ไม่สามารถเข้าใจได้” เนื่องจากควรรอให้จำนวนผู้ป่วยลดลงมากกว่านี้ ก่อนที่ประเทศจะกลับมาดำเนินกิจกรรมตามปกติได้อย่างมั่นใจ แม้ว่าโครงการฉีดวัคซีนจะดำเนินไปอย่างรวดเร็วก็ตาม “เมื่อเราเริ่มผ่อนปรนข้อจำกัดก่อนเวลาอันควร เราอาจได้เห็นจำนวนผู้ป่วยกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องการให้เกิดขึ้นแน่นอน” เฟาซีกล่าว

ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดจากศูนย์ฯ ชี้ว่าปัจจุบันสหรัฐฯ ตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์แล้วเกือบ 2,600 ราย


คำที่เกี่ยวข้อง : #โควิด-19   #สหรัฐ  








©2018 Jaarai. All rights reserved.